
ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ หนองคาย มิตรภาพแบตเตอรี่
August 24, 2018แนะนำแบตเตอรี่รถยนต์ราคาถูก
October 5, 2018ข้อเสียของแบตเตอรี่ตะกั่วกรด

แบตเตอรี่ตะกั่วกรด ข้อเสียของแบตเตอรี่ชนิดนี้
แบตเตอรี่ตะกั่วกรด มีข้อเสียคือ เนื่องจากการที่จะให้แบตเตอรี่คายประจุไฟฟ้าออกมาเวลาที่เราใช้งานจำเป็นต้องอาศัยหลักการทำปฏิกิริยาทางเคมีของแผ่นธาตุ กับ กรด ซึ่งจะทำให้กรดถูกเปลี่ยนเป็นผลึกซัลเฟต (ขี้เกลือ) เกิดก่อตัวขึ้นเกาะอยู่ตามแผ่นธาตุได้ง่าย ด้วยเหตุนี้เองจึงต้องมีการดูแลเรื่องน้ำภายใน แบตเตอรี่อยู่เสมอ น้ำที่ใช้เติมแบตเตอรี่ควรเป็นน้ำบริสุทธิ์หรือที่เรียกกันว่า น้ำกลั้นนั้นเอง หากปล่อย ให้แบตเตอรี่แห้งปราศจากน้ำกรดภายในแบตเตอรี่ จะทำให้แผ่นธาตุเกิดความร้อน และเสียหายในที่สุด
การดูแลแบตเตอรี่ ชนิดตะกั่วกรด มีขั้นตอนดูแลง่าย ๆ ดังนี้
- ควรหมั่นเช็คตัวสภาพแบตเตอรี่ภายนอกอยู่เสมอ เช่น มีรอยแตกร้าวที่ตัวแบตเตอรี่หรือไม่ หูหิ้วแบตเตอรี่ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่แตกไม่หัก ชั้วแบตเตอรี่ต้องอยู่ในสภาพปกติไม่คดไม่งอ ฝาจุกปิดแบตเตอรี่ต้องถูกปิดอยู่ครบทั้ง 6 ฝา
- ควรตรวจดูระดับน้ำกรด ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ หากระดับน้ำต่ำกว่าที่กำหนดก็ให้เติมน้ำกลั่นเพิ่มให้ได้ระดับ สำหรับการตรวจเช็คควรต้องตรวจเช็คอย่างน้อย เดือนล่ะ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย หากขาดการดูแลน้ำกรด ปล่อยไว้จนแห้งจะทำให้แผ่นธาตุที่อยู่ภายในเสียหายได้ แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานที่สันลง หรือ อาจจะใช้งานไม่ได้เลยหากปล่อยไว้เป็นเวลานาน
- หากบริเวณชิ้นส่วนของแบตเตอรี่ เช่น ขั้วแบตเตอรี่ข้้วบวก-ลบ หรือ เหล็กรัดแบตเตอรี่ เกิดมีคราบขี้เกลือขึ้นเกาะในบริเวณดังกล่าว ควรแก้ไขด้วยการใช้น้ำร้อนเทราดไปตรงบริเวณที่เกิดขี้เกลือขึ้น น้ำร้อนจะช่วยชะล้างขี้เกลือออกไปได้
- หลังจากราดน้ำร้อนแล้ว ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 150 ขัดตรงบริเวณ ขั้วบวก-ลบ เสร็จแล้วให้ใช้จารบี หรือ วาสลีน (ปิโตรเลียมเจล) ทาบลงไปริเวณขั้วแบตเตอรี่ เหล็กรัดแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขี้เกลือซ้ำอีก
- ควรตรวจเช็คไดชาร์จของรถยนต์ ทุก ๆ 30,000 กิโลเมตร หรือทุก ๆ 1 ปี การที่เราตรวจเช็คไดชาร์จจะทำให้เราทราบว่าไดชาร์จมีความผิดปกติหรือไม่ หากไดชาร์จไม่ทำงานตามปกติก็อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมจนมีอายุการใช้งานที่สั้นลงกว่าปกติ
สำหรับการตรวจเช็คการทำงานของไดชาร์จ จะใช่การวัด โวลต์ เป็นมาตรฐานในการวัด เช่น- หากวัดค่าได้ 13.2 – 14.6 โวลต์ ถือว่าปกติ
- หากวัดได้ 12.1 – 12.9 โวลต์ ไดชาร์จมีกำลังค่าต่ำเกินไป หรือ ไดชาร์จอาจไม่ทำงานซึ่งหากใช้งานต่อไปจะทำให้แบตเตอรี่ไฟหมดได้
- แต่หากวัดแล้วได้14.7-15.0 โวลต์ อาจหมายความว่าไดชาร์จมีปัญหา ชาร์จแรงไป หรือ โอเวอร์ชาร์จ จะทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนในแบตเตอรี่น้ำกรดจะแห้งเร็วกว่าปกติ และ จะทำให้แบตเตอรี่เกิดอาการบวม ควรรีบทำการตรวจซ่อมไดชาร์จโดยเร็ว
- ควรใช้ผ้าสะอาดเช็ดแบตเตอรี่ให้แห้ง และ สะอาดอยู่เสมอ หากพบว่ามีคราบน้ำกรดอยู่บริเวณแบตเตอรี่ อาจจะเป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่ดังกล่าวมีการแตกร้าว หรือ แบตเตอรี่หมดสภาพ ควรทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทันที
- อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ตะกั่วกรดนั้น โดยทั่วไปแล้ว ถือว่ามีอายุการใช้งานที่ทนทานกว่าแบตเตอรี่ทุกประเภท โดยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี ไม่ควรใช้งานแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานเกินกว่านี้ ควรรีบเปลี่ยนทันทีหากอายุการใช้งานถึงเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่อาจน้อยกว่าที่กล่าวมาข้างต้นได้ ขึ้นอยู่กับการดูแล และ การใช้งาน ของแต่ละบุคคล จึงควรหมั่นดูแลแบตเตอรี่ตามคำแนะนำที่ให้ไว้ก็จะช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาตลอดอายุการใช้งาน
หากท่านต้องการเลือกซื้อ แบตเตอรี่ ชนิด ตะกั่วกรด (แบตเตอรี่ชนิด น้ำ) สมารถเลือกดูแต่ละยี่ห้อได้ ที่นี่





